พิธีกร:
clty of lodon ได้ / เสียอะไร จากสงครามอิหร่าน
แขกรับเชิญ:
ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ลุกลามต่อเนื่องมาจนถึงช่วง เมษายน 2026 (สงครามอิหร่านและพันธมิตรในภูมิภาค) สถานะของ City of London ในฐานะ “ผู้คุมกฎการเงินและประกันภัยโลก” กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ “เสียมากกว่าได้” อย่างรุนแรง โดยสามารถวิเคราะห์แยกเป็นประเด็นดังนี้ครับ:
1. สิ่งที่ City of London “เสีย” (The Loss)
นี่คือความสูญเสียเชิงโครงสร้างที่อาจจะแก้ไขไม่ได้แล้ว:
- ความเชื่อมั่นในฐานะ “ผู้ให้บริการที่เป็นกลาง” (Neutrality): City of London เคยได้รับความเชื่อถือว่าเป็นที่พึ่งของประกันภัยโลก แต่การที่ตลาดลอนดอนถูกบีบให้ต้องปฏิบัติตามนโยบายคว่ำบาตรของรัฐบาลอังกฤษและพันธมิตรตะวันตก ทำให้บริษัทประกันในเอเชียและตะวันออกกลางมองว่า “ประกันภัยของลอนดอนคือกึ่งอาวุธทางการเมือง” นำไปสู่การย้ายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดคู่แข่งในภูมิภาคเอเชีย
- รายได้จากค่าธรรมเนียมประกันภัยและ Reinsurance: เมื่ออิหร่านและกลุ่มพันธมิตร By-pass ด้วยการตั้ง “Shadow Insurance” หรือ “State-Backed Indemnity” (ประกันภัยโดยรัฐ) เงินมหาศาลที่เป็นเบี้ยประกันทางทะเล (Marine Insurance Premium) ซึ่งเคยไหลเข้าลอนดอนก็หายวับไปทันที
- การสูญเสียอำนาจการควบคุมธุรกรรม (Visibility): เมื่อการเปิด L/C ไม่ผ่านระบบธนาคารที่ผูกกับลอนดอน ลอนดอนก็สูญเสียช่องทางการ “จับตาดู” (Monitor) การไหลเวียนของสินค้าและพลังงานของคู่ขัดแย้ง ทำให้การคว่ำบาตรมีประสิทธิภาพน้อยลง
- ความเสี่ยงต่อชื่อเสียง (Reputational Risk): กรณีที่เรือหลายลำถูกยกเลิกความคุ้มครองกลางคัน (Cancellation of Coverage) ในช่วงสงคราม ทำให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายมหาศาล บริษัทประกันในลอนดอนต้องแบกรับภาระฟ้องร้องจากเจ้าของเรือทั่วโลกที่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง
2. สิ่งที่ City of London “ได้” (The Gain)
แม้จะดูติดลบ แต่ในระยะสั้นอาจมีประเด็นที่ลอนดอนใช้แสวงหาประโยชน์:
- ค่าเบี้ยประกันที่พุ่งสูงจากความเสี่ยง (War Risk Premiums): สำหรับเรือที่ยังคง “จำเป็น” ต้องใช้ประกันของลอนดอน (เช่น เรือของบริษัทตะวันตก) ลอนดอนได้เรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยสงคราม (War Risk Premium) ในอัตราที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นการดึงเงินกลับเข้าสู่ตลาดประกันภัยในลอนดอนอย่างมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น
- การตอกย้ำอำนาจเหนือระบบธนาคารตัวแทน (Correspondent Banking): ลอนดอนยังคงครองอำนาจผ่านธนาคารตัวแทน (Correspondent Banking) ที่ธนาคารทั่วโลกยังต้องเกรงใจ หากธนาคารใดฝ่าฝืนเงื่อนไขการเงินของลอนดอนในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ลอนดอนยังมีอำนาจในการ “ตัดขาด” (Cut off) สถาบันการเงินนั้นออกจากระบบการเงินโลก
- ข้อมูลข่าวกรองทางการเงิน (Financial Intelligence): สงครามทำให้ลอนดอนเข้าถึงข้อมูลการไหลเวียนของเงินทุนและการซื้อขายอาวุธผ่านระบบ L/C ที่เหลืออยู่ ซึ่งนำไปสู่การกำหนดมาตรการคว่ำบาตรที่แม่นยำขึ้นเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม
สรุปความสัมพันธ์ในสงครามอิหร่าน 2026:
การที่ City of London ยิ่งพยายามใช้ “ประกันภัย” และ “L/C” เป็นเครื่องมือลงโทษอิหร่านและพันธมิตร สิ่งที่ลอนดอนได้รับคือ “เงินค่าเบี้ยที่สูงขึ้นชั่วคราว” แต่สิ่งที่ลอนดอนเสียคือ “อำนาจนำในระยะยาว” เพราะ:
- อิหร่านและพันธมิตร ได้สร้าง “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินคู่ขนาน” ที่ลอนดอนเข้าไม่ถึงสำเร็จแล้ว (เช่น การเชื่อมต่อระบบชำระเงินกับจีนและรัสเซีย)
- ความเป็นเอกภาพของประกันภัยโลกแตกออกเป็นสองฝั่ง (Fragmentation): โลกหลังเมษายน 2026 จะเห็นตลาดประกันภัยทางทะเลแบบ “ตะวันตก” (ที่แพงและมีเงื่อนไขเยอะ) เทียบกับตลาดประกันภัย “เอเชีย/Global South” (ที่ยืดหยุ่นและเป็นอิสระกว่า)
นัยสำคัญที่น่ากลัวที่สุด: การทำสงครามของอิหร่านในรอบนี้ คือการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “หากเอเชียตัดสินใจตัดใจทิ้งประกันภัยของลอนดอนจริงๆ ลอนดอนก็ไม่มีอำนาจอะไรเหลือพอที่จะบังคับให้เรือหยุดวิ่งได้อีกต่อไป” ครับ ซึ่งนั่นคือการสูญเสียอำนาจการต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษในรอบหลายศตวรรษครับ